บทนำ
"เฮีย...สั่งงานอะไรเยอะแยะ สั่งจนผมไม่มีเวลานั่งมองหน้าผู้ชายแล้วเนี่ย"
"ตั้งแต่เฮียส่งแกไปฝึกงานที่แผนกนั้น เฮียแทบไม่สั่งงานอะไรเพิ่มเลยนะ อย่ามาบ่นได้มั้ย แผนกอื่นเขาทำงานกันจนกระดูกสันหลังจะหักอยู่แล้ว ยังไม่เคยมีใครมายืนเท้าเอวบ่นใส่ผู้บริหารสักคน"
"ถ้าเฮียไม่สั่งงานเพิ่ม แล้วทำไมพี่ภรัญ ถึงทำงานหัวฟูทั้งวันเลย ส่วนคนอื่นเห็นนั่งเม้าท์กันสบายใจ"
"เฮียจะรู้มั้ยล่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ เฮียโทรลงไปบอกหัวหน้างานแผนกการจัดการเลยนะ ให้เอางานของพี่ภรัญไปให้คนอื่นทำ...เดี๋ยวนี้เลย"
"แกเป็นแค่เด็กฝึกงานนะแดนดิน อีกอย่างภรัญเป็นแค่พนักงานธรรมดา เขาไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น"
"จะเป็นแค่พนักงานธรรมดาได้ยังไง...นั่นว่าที่น้องเขยเฮียนะ"
บท 1
ตอนที่ 1 พักร้อน เฮงซวย
คนเราเมื่อถึงคราวเคราะห์ ต่อให้นั่งอยู่บนรถตู้แบบโดยสารประจำทางเฉย ๆ ความเฮงซวย หัวขวด หัวจรวยก็สามารถแวะมาทักทายเราได้ เหมือนสิ่งที่ ภรัญ กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในยามนี้ จะไม่ให้เขาเกรี้ยวกราดได้ยังไง ในเมื่ออารมณ์สุนทรีย์ของการลาพักร้อนของเขา ถูกบดขยี้ลงทันทีที่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของเขาหายไป ไม่รู้ว่าตนเองทำหล่นหาย หรือว่าถูกมือดีที่ไหนขโมยไปช่วงที่เผลองีบหลับไปบนรถ
ลำพังแค่กระเป๋าสตางค์หายยังพอมีทางแก้ปัญหาด้วยการโทรหาคนที่นัดมารอรับให้รู้ หรือบางทีเขาอาจใช้โทรศัพท์มือถือไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น แต่พอโทรศัพท์มือถือหาย เหมือนชีวิตนี้ก็มีแต่คำว่าบรรลัยลอยไปลอยมาเต็มหน้าไปหมด เบอร์โทรเดียวในหัวของเขาที่จำได้คือ 191 เท่านั้น!
“แม่งเอ๊ย ซวยชะมัด แล้วจะไปรีสอร์ตยังไงวะเนี่ย” คนหัวเสียพึมพำกับตัวเองขณะเดินออกมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างถนน บริเวณหน้าสถานีขนส่ง อันเป็นจุดจอดรถจุดสุดท้าย
หลังจากระงับความหงุดหงิดหัวเสียลงได้ ภรัญจึงตัดสินใจใช้ปากเป็นใบเบิกทาง เริ่มต้นจากไปแจ้งความเรื่องที่ถูกล้วงกระเป๋า แล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามหาสถานที่ตั้งของรีสอร์ตที่ตนเองต้องการไป แล้วขอให้ตำรวจพาไปส่งยังจุดที่พอจะเรียกรถไปต่อได้ เพราะไอ้ฟาร์มสเตย์ที่เขาจองที่พักไว้นั้น มันห่างไกลจากตัวเมืองออกไปอีกหลายสิบกิโล ขนาดให้คุณตำรวจช่วยโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปที่ฟาร์มก็ยังไม่มีคนรับสาย ครั้นจะให้ตำรวจขับรถพาไปส่งก็เกรงใจเพราะมันไกลมากจริง ๆ เงินในกระเป๋าก็ไม่มีแม้แต่เศษเหรียญ
“คุณเดินไปตามทางนี้ อีกสักสิบห้ากิโลเดี๋ยวก็ถึงครับ”
หลังจากตำรวจพานักท่องเที่ยวดวงซวยมาส่งได้ครึ่งทาง แล้วฝากให้ติดรถชาวบ้านมาต่ออีกนิดหน่อย ภรัญจึงถูกนำมาปล่อยลงตรงทางแยกซึ่งหากมองลงไปไกลลิบ ๆ นั้นมันเหมือนมีชุมชนเล็ก ๆ อยู่กลางหุบเขา
‘เดินสิบห้ากิโล...คนแถวนี้ใช้คำว่าเดี๋ยวก็ถึงอย่างนั้นเหรอ?’
คนกรุงเทพถึงกับกลอกตาเหลือกขึ้นด้านบนทันที แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่มีทางเลือกอื่น ภรัญพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวคำขอบคุณคนที่อุตส่าห์ขับรถพาเขามาส่งจนถึงที่นี่อย่างน้อยมันยังพอย่นระยะทางไปได้หลายสิบกิโลเมตร
แดดแรงของยามบ่ายเหมือนมันอยากฆ่านักท่องเที่ยวอย่างเขาให้ตายกลางทาง ทำเอาเหงื่อหยดตั้งแต่ขมับไหลลงมาจนถึงคาง ลำคอแห้งผากเพราะขาดน้ำจิบดื่มให้ชุ่มคอยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ช่างเป็นทริปการลาพักร้อนที่มีแต่ความเฮงซวยจริง ๆ
ปรื้นนนน ความดีใจเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาใกล้ ดึงใบหน้าคมคายเกรียมแดดให้หันไปมองยังเบื้องหลัง หากแต่ความปรีดานั้นระเหยหายไปไวเสียยิ่งกว่ากลิ่นตด เพราะทันทีที่เขาหันหลังไป ไอ้รถเวรตะไลคันนั้นมันก็ขับฉิวจนเกือบเฉียดเบียดเขาตกถนน
“จะรีบไปตายห่าที่ไหนวะ คนนะเว้ยไม่ใช่หมาจรจัด” มือสะบัดยกขึ้นมาปัดฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจาย จนมองไม่เห็นป้ายทะเบียนของรถที่เพิ่งขับผ่านไป และราวกับเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาจะได้ยิ่งเสียงคำสาปแช่งในใจของเขาเพราะเดินมาอีกไม่ถึงสิบนาที ริมถนนลาดยางที่พังเป็นหย่อม ๆ นั้นมีรถกระบะสีหมองจอดเปิดฝากระโปรงรถค้างเอาไว้ โดยมีเจ้าของยืนก้ม ๆ เงย ๆ จับตรงนั้น ขยับตรงนี้ง่วนอยู่กับเครื่องยนต์
“ปัดโธ่เว้ย! มาพังอะไรตอนนี้เล่า” เสียงขึ้นจมูกสะบัดสูงแสดงถึงอารมณ์อันขุ่นมัว
“ไม่น่าพังเลย น่าจะพุ่งชนต้นไม้ก่อนให้ขาดสักสองท่อน แล้วค่อยให้กู้ภัยเอาเครื่องมือมาตัดถ่าง” เจ้าของร่างเหงื่อโทรมเดินเข้ามายืนกอดอกยักคิ้วเยาะเย้ย
“เฮอะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ผมน่าจะขับรถทับคุณ แล้วลากติดท้องรถมาสักกิโลสองกิโล จะได้มาติดอยู่กับซากต้นไม้ด้วยกัน” คิ้วเรียวขยับยักขึ้นถี่ ๆ
ตอนแรกเหมือนจะน่าสงสารที่รถเสีย ตอนนี้ภรัญชักอยากจะเดินไปปล่อยลมยางเพิ่มอีกทั้งสี่ล้อ เป็นการลงโทษเจ้าของใบหน้าง้ำปากคว่ำเหมือนคนช่างเอาแต่ใจนั้น นี่ขนาดตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากยังไม่วายปากเสีย เจ้าของรถเก่ายืดตัวขึ้นตรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอว ส่วนข้างยกขึ้นมาเกาหัวอยู่แกรก ๆ
“ตกลงว่ารู้หรือยังว่ารถเป็นอะไร” มือปลดสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วนำมันไปวางไว้ริมทางข้างหนึ่ง
“ถ้ารู้ก็ซ่อมได้แล้วสิ”
“อยากให้ช่วยมั้ย” ร่างสูงขยับไปยืนใกล้ สายตากวาดมองไปยังห้องเครื่องของรถยนต์รุ่นเก่า
“มีน้ำใจมั้ยล่ะ ถ้ามีก็ช่วย ถ้าไม่มีก็โน้นเลยถนนเดินต่อไป”
“ฉันน่ะมีน้ำใจ แต่นายน่ะมีมารยาทหรือเปล่า คนเขาถามดี ๆ หัดพูดจาให้มันดีหน่อย”
“นี่คุณว่าผมไม่มีมารยาทเหรอ” เจ้าของหน้างอถลึงตาโตปากย่น จมูกยู่อย่างไม่พอใจ
“ใช่!” ใบหน้าคมโน้มลงมาจนปลายจมูกชื้นเหงื่อเกือบจะทิ่มเข้าหากัน
“อื้อ บังอาจ!” ริมฝีปากบางงุ้มเบะ ก่อนจะอ้ากว้างแล้วใช้ฟันคมงับลงไปบนปลายจมูกนั้นทันที
“โอ๊ยยยยย”
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครกล้ามาตำหนิติเตียนเขาต่อหน้า แล้วไอ้นักท่องเที่ยวจรจัดที่เดินต๊อก ๆ อยู่ข้างถนนคนนี้เป็นใครกัน ถึงกล้ามาว่าเขาอย่างนี้ อย่างนี้ต้องงับซะให้จมูกแหว่งไปเลย แต่....
“โอ๊ย! ถุย ถุย ถุย ถุย เค็มชะมัด” ลิ้นสีชมพูแลบออกแล้วกระดกส่ายสะบัดไปมาเมื่อรับรู้รสชาติเหงื่อเค็ม
“นี่มันเจ็บนะ เป็นหมาเหรอ” เจ้าของจมูกโด่งยกมือขึ้นมาจับจมูกตัวเอง
“ปากเหรอนั่นน่ะ” มือยกขึ้นมาใช้นิ้วยื่นขึ้นไปบีบปากของคนนิสัยพูดตรงกับใจ
“พอ ๆ เลิกทะเลาะกันก่อน นี่ฉันเป็นแขกบ้านแขกเมืองนะ เป็นนักท่องเที่ยว” มือหยาบคว้าจับดึงสองมือเรียวบางนั้นมารวบไว้
“นักท่องเที่ยว แล้วมาเดินอะไรอยู่แถวนี้” หน้างอแหงนคอขึ้นไปมองเจ้าของจมูกเค็ม
“นายรู้จัก มีสุขฟาร์มสเตย์ หรือเปล่า” ภรัญคลายน้ำหนักมือซึ่งรวบข้อแขนเล็กนั้นไว้แล้วส่งมันคืนให้เจ้าของ
“คุณจะไปที่นั่นเหรอ” คิ้วบางขมวดวิ่งเข้าหากันทันที
“อืม”
“จองไว้เหรอ” ปากเบะย่นจนริมฝีปากบนเกือบพลิกขึ้นไปปิดรูจมูก
“อืม”
“แล้วทำไมคุณถึง...”
“โอ๊ย ถามเยอะจริง จะถามอะไรนักหนา แค่ตอบมาว่ารู้จักมั้ย”
“ก็ที่ถามนี่เพราะรู้จักไงเล่า”
“อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึง” ภรัญพยักหน้าไปตามถนน
“สักยี่สิบกิโลได้” แก้มป่องพองลมจนพวงแก้มขึ้นเป็นก้อนกลม ๆ เพราะยิ้มหวานถูกอมเอาไว้บนใบหน้า
“อะไรนะ ไหนคุณตำรวจ กับลุงคนนั้นบอกว่าอีกแค่สิบห้ากิโล แล้วนี่ฉันเดินมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ทำไมมันยังเหลืออีกตั้งยี่สิบกิโล”
“คุณจะเชื่อตำรวจในเมือง หรือว่าเชื่อคนในพื้นที่อย่างผมล่ะ” มุมปากขยับยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้น เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยซ่อมรถให้ แต่ถ้าซ่อมได้ นายต้องไปส่งฉันที่นั่น ตกลงมั้ย”
เมื่อดูจากการคล้อยต่ำของดวงอาทิตย์ ที่มันหล่นลงมาจนเกือบลับเหลี่ยมเขา ภรัญเดาว่าเวลาพลบค่ำกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า แล้วถ้าไอ้ฟาร์มมีสุข ที่เขาต้องการจะไป มันยังต้องเดินทางอีกไกลหลายสิบกิโล การญาติดีกับเจ้าหนุ่มปากกล้าคนนี้น่าจะดีกว่า
"แน่ใจเหรอว่าซ่อมได้ ไม่ใช่มาทำให้รถผมพังนะ" เจ้าของรถเก่ายืนเอียงคอมองนักท่องเที่ยวตัวโตอย่างไม่เชื่อใจ
"อ้าปากหน่อย" สองนิ้วหยาบยื่นออกมาแล้วใช้มันถ่างกลีบปากเล็กอย่างไม่ปรานี
"อะไรของคุณเนี่ย" มือเล็กพยายามปัดป้องพร้อมสะบัดปากหนี
"จะดูว่าในนี้ นอกจากขี้ฟันแล้วยังมีหมาเลี้ยงไว้อีกกี่ตัว"
บทล่าสุด
#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 4
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 3
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 2
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 1
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#90 บทที่ 90 รักนะ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#89 บทที่ 89 ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#88 บทที่ 88 มีแค่ทองห้าบาท
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#87 บทที่ 87 ฮอร์โมนคนท้อง
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#86 บทที่ 86 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#85 บทที่ 85 ไม่ชอบถูกหลอก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
เจ้าพ่อมาเฟีย
มาเฟียคลั่งรัก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!













