บทนำ
"เฮีย...สั่งงานอะไรเยอะแยะ สั่งจนผมไม่มีเวลานั่งมองหน้าผู้ชายแล้วเนี่ย"
"ตั้งแต่เฮียส่งแกไปฝึกงานที่แผนกนั้น เฮียแทบไม่สั่งงานอะไรเพิ่มเลยนะ อย่ามาบ่นได้มั้ย แผนกอื่นเขาทำงานกันจนกระดูกสันหลังจะหักอยู่แล้ว ยังไม่เคยมีใครมายืนเท้าเอวบ่นใส่ผู้บริหารสักคน"
"ถ้าเฮียไม่สั่งงานเพิ่ม แล้วทำไมพี่ภรัญ ถึงทำงานหัวฟูทั้งวันเลย ส่วนคนอื่นเห็นนั่งเม้าท์กันสบายใจ"
"เฮียจะรู้มั้ยล่ะ"
"ไม่รู้ล่ะ เฮียโทรลงไปบอกหัวหน้างานแผนกการจัดการเลยนะ ให้เอางานของพี่ภรัญไปให้คนอื่นทำ...เดี๋ยวนี้เลย"
"แกเป็นแค่เด็กฝึกงานนะแดนดิน อีกอย่างภรัญเป็นแค่พนักงานธรรมดา เขาไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น"
"จะเป็นแค่พนักงานธรรมดาได้ยังไง...นั่นว่าที่น้องเขยเฮียนะ"
บท 1
ตอนที่ 1 พักร้อน เฮงซวย
คนเราเมื่อถึงคราวเคราะห์ ต่อให้นั่งอยู่บนรถตู้แบบโดยสารประจำทางเฉย ๆ ความเฮงซวย หัวขวด หัวจรวยก็สามารถแวะมาทักทายเราได้ เหมือนสิ่งที่ ภรัญ กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ในยามนี้ จะไม่ให้เขาเกรี้ยวกราดได้ยังไง ในเมื่ออารมณ์สุนทรีย์ของการลาพักร้อนของเขา ถูกบดขยี้ลงทันทีที่รู้ตัวว่ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือของเขาหายไป ไม่รู้ว่าตนเองทำหล่นหาย หรือว่าถูกมือดีที่ไหนขโมยไปช่วงที่เผลองีบหลับไปบนรถ
ลำพังแค่กระเป๋าสตางค์หายยังพอมีทางแก้ปัญหาด้วยการโทรหาคนที่นัดมารอรับให้รู้ หรือบางทีเขาอาจใช้โทรศัพท์มือถือไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้จ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่น แต่พอโทรศัพท์มือถือหาย เหมือนชีวิตนี้ก็มีแต่คำว่าบรรลัยลอยไปลอยมาเต็มหน้าไปหมด เบอร์โทรเดียวในหัวของเขาที่จำได้คือ 191 เท่านั้น!
“แม่งเอ๊ย ซวยชะมัด แล้วจะไปรีสอร์ตยังไงวะเนี่ย” คนหัวเสียพึมพำกับตัวเองขณะเดินออกมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างถนน บริเวณหน้าสถานีขนส่ง อันเป็นจุดจอดรถจุดสุดท้าย
หลังจากระงับความหงุดหงิดหัวเสียลงได้ ภรัญจึงตัดสินใจใช้ปากเป็นใบเบิกทาง เริ่มต้นจากไปแจ้งความเรื่องที่ถูกล้วงกระเป๋า แล้วขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถามหาสถานที่ตั้งของรีสอร์ตที่ตนเองต้องการไป แล้วขอให้ตำรวจพาไปส่งยังจุดที่พอจะเรียกรถไปต่อได้ เพราะไอ้ฟาร์มสเตย์ที่เขาจองที่พักไว้นั้น มันห่างไกลจากตัวเมืองออกไปอีกหลายสิบกิโล ขนาดให้คุณตำรวจช่วยโทรศัพท์ติดต่อเข้าไปที่ฟาร์มก็ยังไม่มีคนรับสาย ครั้นจะให้ตำรวจขับรถพาไปส่งก็เกรงใจเพราะมันไกลมากจริง ๆ เงินในกระเป๋าก็ไม่มีแม้แต่เศษเหรียญ
“คุณเดินไปตามทางนี้ อีกสักสิบห้ากิโลเดี๋ยวก็ถึงครับ”
หลังจากตำรวจพานักท่องเที่ยวดวงซวยมาส่งได้ครึ่งทาง แล้วฝากให้ติดรถชาวบ้านมาต่ออีกนิดหน่อย ภรัญจึงถูกนำมาปล่อยลงตรงทางแยกซึ่งหากมองลงไปไกลลิบ ๆ นั้นมันเหมือนมีชุมชนเล็ก ๆ อยู่กลางหุบเขา
‘เดินสิบห้ากิโล...คนแถวนี้ใช้คำว่าเดี๋ยวก็ถึงอย่างนั้นเหรอ?’
คนกรุงเทพถึงกับกลอกตาเหลือกขึ้นด้านบนทันที แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาไม่มีทางเลือกอื่น ภรัญพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวคำขอบคุณคนที่อุตส่าห์ขับรถพาเขามาส่งจนถึงที่นี่อย่างน้อยมันยังพอย่นระยะทางไปได้หลายสิบกิโลเมตร
แดดแรงของยามบ่ายเหมือนมันอยากฆ่านักท่องเที่ยวอย่างเขาให้ตายกลางทาง ทำเอาเหงื่อหยดตั้งแต่ขมับไหลลงมาจนถึงคาง ลำคอแห้งผากเพราะขาดน้ำจิบดื่มให้ชุ่มคอยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ช่างเป็นทริปการลาพักร้อนที่มีแต่ความเฮงซวยจริง ๆ
ปรื้นนนน ความดีใจเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นเข้ามาใกล้ ดึงใบหน้าคมคายเกรียมแดดให้หันไปมองยังเบื้องหลัง หากแต่ความปรีดานั้นระเหยหายไปไวเสียยิ่งกว่ากลิ่นตด เพราะทันทีที่เขาหันหลังไป ไอ้รถเวรตะไลคันนั้นมันก็ขับฉิวจนเกือบเฉียดเบียดเขาตกถนน
“จะรีบไปตายห่าที่ไหนวะ คนนะเว้ยไม่ใช่หมาจรจัด” มือสะบัดยกขึ้นมาปัดฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจาย จนมองไม่เห็นป้ายทะเบียนของรถที่เพิ่งขับผ่านไป และราวกับเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาจะได้ยิ่งเสียงคำสาปแช่งในใจของเขาเพราะเดินมาอีกไม่ถึงสิบนาที ริมถนนลาดยางที่พังเป็นหย่อม ๆ นั้นมีรถกระบะสีหมองจอดเปิดฝากระโปรงรถค้างเอาไว้ โดยมีเจ้าของยืนก้ม ๆ เงย ๆ จับตรงนั้น ขยับตรงนี้ง่วนอยู่กับเครื่องยนต์
“ปัดโธ่เว้ย! มาพังอะไรตอนนี้เล่า” เสียงขึ้นจมูกสะบัดสูงแสดงถึงอารมณ์อันขุ่นมัว
“ไม่น่าพังเลย น่าจะพุ่งชนต้นไม้ก่อนให้ขาดสักสองท่อน แล้วค่อยให้กู้ภัยเอาเครื่องมือมาตัดถ่าง” เจ้าของร่างเหงื่อโทรมเดินเข้ามายืนกอดอกยักคิ้วเยาะเย้ย
“เฮอะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อกี้ผมน่าจะขับรถทับคุณ แล้วลากติดท้องรถมาสักกิโลสองกิโล จะได้มาติดอยู่กับซากต้นไม้ด้วยกัน” คิ้วเรียวขยับยักขึ้นถี่ ๆ
ตอนแรกเหมือนจะน่าสงสารที่รถเสีย ตอนนี้ภรัญชักอยากจะเดินไปปล่อยลมยางเพิ่มอีกทั้งสี่ล้อ เป็นการลงโทษเจ้าของใบหน้าง้ำปากคว่ำเหมือนคนช่างเอาแต่ใจนั้น นี่ขนาดตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากยังไม่วายปากเสีย เจ้าของรถเก่ายืดตัวขึ้นตรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าเอว ส่วนข้างยกขึ้นมาเกาหัวอยู่แกรก ๆ
“ตกลงว่ารู้หรือยังว่ารถเป็นอะไร” มือปลดสายสะพายกระเป๋าเป้แล้วนำมันไปวางไว้ริมทางข้างหนึ่ง
“ถ้ารู้ก็ซ่อมได้แล้วสิ”
“อยากให้ช่วยมั้ย” ร่างสูงขยับไปยืนใกล้ สายตากวาดมองไปยังห้องเครื่องของรถยนต์รุ่นเก่า
“มีน้ำใจมั้ยล่ะ ถ้ามีก็ช่วย ถ้าไม่มีก็โน้นเลยถนนเดินต่อไป”
“ฉันน่ะมีน้ำใจ แต่นายน่ะมีมารยาทหรือเปล่า คนเขาถามดี ๆ หัดพูดจาให้มันดีหน่อย”
“นี่คุณว่าผมไม่มีมารยาทเหรอ” เจ้าของหน้างอถลึงตาโตปากย่น จมูกยู่อย่างไม่พอใจ
“ใช่!” ใบหน้าคมโน้มลงมาจนปลายจมูกชื้นเหงื่อเกือบจะทิ่มเข้าหากัน
“อื้อ บังอาจ!” ริมฝีปากบางงุ้มเบะ ก่อนจะอ้ากว้างแล้วใช้ฟันคมงับลงไปบนปลายจมูกนั้นทันที
“โอ๊ยยยยย”
ร้อยวันพันปีไม่เคยมีใครกล้ามาตำหนิติเตียนเขาต่อหน้า แล้วไอ้นักท่องเที่ยวจรจัดที่เดินต๊อก ๆ อยู่ข้างถนนคนนี้เป็นใครกัน ถึงกล้ามาว่าเขาอย่างนี้ อย่างนี้ต้องงับซะให้จมูกแหว่งไปเลย แต่....
“โอ๊ย! ถุย ถุย ถุย ถุย เค็มชะมัด” ลิ้นสีชมพูแลบออกแล้วกระดกส่ายสะบัดไปมาเมื่อรับรู้รสชาติเหงื่อเค็ม
“นี่มันเจ็บนะ เป็นหมาเหรอ” เจ้าของจมูกโด่งยกมือขึ้นมาจับจมูกตัวเอง
“ปากเหรอนั่นน่ะ” มือยกขึ้นมาใช้นิ้วยื่นขึ้นไปบีบปากของคนนิสัยพูดตรงกับใจ
“พอ ๆ เลิกทะเลาะกันก่อน นี่ฉันเป็นแขกบ้านแขกเมืองนะ เป็นนักท่องเที่ยว” มือหยาบคว้าจับดึงสองมือเรียวบางนั้นมารวบไว้
“นักท่องเที่ยว แล้วมาเดินอะไรอยู่แถวนี้” หน้างอแหงนคอขึ้นไปมองเจ้าของจมูกเค็ม
“นายรู้จัก มีสุขฟาร์มสเตย์ หรือเปล่า” ภรัญคลายน้ำหนักมือซึ่งรวบข้อแขนเล็กนั้นไว้แล้วส่งมันคืนให้เจ้าของ
“คุณจะไปที่นั่นเหรอ” คิ้วบางขมวดวิ่งเข้าหากันทันที
“อืม”
“จองไว้เหรอ” ปากเบะย่นจนริมฝีปากบนเกือบพลิกขึ้นไปปิดรูจมูก
“อืม”
“แล้วทำไมคุณถึง...”
“โอ๊ย ถามเยอะจริง จะถามอะไรนักหนา แค่ตอบมาว่ารู้จักมั้ย”
“ก็ที่ถามนี่เพราะรู้จักไงเล่า”
“อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึง” ภรัญพยักหน้าไปตามถนน
“สักยี่สิบกิโลได้” แก้มป่องพองลมจนพวงแก้มขึ้นเป็นก้อนกลม ๆ เพราะยิ้มหวานถูกอมเอาไว้บนใบหน้า
“อะไรนะ ไหนคุณตำรวจ กับลุงคนนั้นบอกว่าอีกแค่สิบห้ากิโล แล้วนี่ฉันเดินมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ ทำไมมันยังเหลืออีกตั้งยี่สิบกิโล”
“คุณจะเชื่อตำรวจในเมือง หรือว่าเชื่อคนในพื้นที่อย่างผมล่ะ” มุมปากขยับยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“เอาล่ะ ๆ ถ้าอย่างนั้น เรามาทำข้อตกลงกัน ฉันจะช่วยซ่อมรถให้ แต่ถ้าซ่อมได้ นายต้องไปส่งฉันที่นั่น ตกลงมั้ย”
เมื่อดูจากการคล้อยต่ำของดวงอาทิตย์ ที่มันหล่นลงมาจนเกือบลับเหลี่ยมเขา ภรัญเดาว่าเวลาพลบค่ำกำลังจะมาเยือนในอีกไม่ช้า แล้วถ้าไอ้ฟาร์มมีสุข ที่เขาต้องการจะไป มันยังต้องเดินทางอีกไกลหลายสิบกิโล การญาติดีกับเจ้าหนุ่มปากกล้าคนนี้น่าจะดีกว่า
"แน่ใจเหรอว่าซ่อมได้ ไม่ใช่มาทำให้รถผมพังนะ" เจ้าของรถเก่ายืนเอียงคอมองนักท่องเที่ยวตัวโตอย่างไม่เชื่อใจ
"อ้าปากหน่อย" สองนิ้วหยาบยื่นออกมาแล้วใช้มันถ่างกลีบปากเล็กอย่างไม่ปรานี
"อะไรของคุณเนี่ย" มือเล็กพยายามปัดป้องพร้อมสะบัดปากหนี
"จะดูว่าในนี้ นอกจากขี้ฟันแล้วยังมีหมาเลี้ยงไว้อีกกี่ตัว"
บทล่าสุด
#94 บทที่ 94 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 4
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#93 บทที่ 93 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 3
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#92 บทที่ 92 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 2
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#91 บทที่ 91 ตอนพิเศษ มาตรฐานผัว 1
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#90 บทที่ 90 รักนะ (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#89 บทที่ 89 ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#88 บทที่ 88 มีแค่ทองห้าบาท
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#87 บทที่ 87 ฮอร์โมนคนท้อง
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#86 บทที่ 86 แม่ผัว ลูกสะใภ้
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026#85 บทที่ 85 ไม่ชอบถูกหลอก
อัปเดตล่าสุด: 6/25/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
สัญญารักประธานร้าย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว













